ข้อมูลจังหวัดตรัง
ตราประจำจังหวัดตรัง

รูปสะพานกระโจมไฟ ต้นไม้ และภูเขา
รูปสะพานกระโจมไฟ หมายถึง จังหวัดตรังเป็นเมืองท่าทำการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมาแต่โบราณ รูปต้นไม้ หมายถึง จังหวัดตรังเป็นแหล่งกำเนิดยางพาราของประเทศไทย รูปภูเขา หมายถึง จังหวัดตรังมีพื้นที่เป็นเนินสูงๆ ต่ำๆ สลับด้วยภูเขาใหญ่เล็ก
|
|
คำขวัญประจำจังหวัด
"เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ประการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา "
|
|
ตำนานเมืองตรัง ความเป็นมา จังหวัดตรัง เป็นจังหวัดหัวเมืองอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ติดทะเล อันดามัน มหาสุมทรอินเดีย ชายฝั่งตะวันตก เป็นเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ในสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ จึงไม่ปรากฎว่ามี ประวัติสมัยโบราณก่อนหน้านี้ และคาดว่า ในสมัยแผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยานั้น เมืองตรังยังไม่ม ีเพราะปรากฏในพระธรรมนูญ กล่าวถึงเมืองทางใต้เพียงนครศรีธรรมราช พัทลุง ไชยา ชุมพร เพชรบุรี กุยบุรี ปราณบุรี คลองวาฬ บางตะพาน ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า ตะนาวศรี มะริด ทวาย และสามโคก ดังนั้น เมืองตรังแต่เดิมน่าจะ เป็นเพียงเส้นทางผ่านไปมา ระหว่างนครศรีธรรมราช กับพัทลุงเท่านั้น ต่อมา เมื่อมีผู้คนตั้งถิ่นฐานอยู่มากขึ้นก็บังเกิดเป็นเมืองในภายหลัง เท่าที่พบหลักฐานความเป็นมาของจังหวัดตรัง เริ่มแรกได้จากจารึก วัดเสมาเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ที่ว่าเมืองตรังเดิมเป็นหัวเมืองขึ้นต่อ เมืองนครศรีธรรมราช สมัยนั้นกล่าวกันว่า นครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองมาก มีหัวเมืองต่าง ๆ อยู่ในความปกครองถึง 12 เมืองด้วยกัน เรียกว่า 12 นักษัตร สัญลักษณ์ของเมืองใช้ตราม้า (ปีมะเมีย) เป็นตราประจำเมือง และพอจะแบ่ง วิวัฒนากรของจังหวัดตรัง ออกเป็น 3 สมัยด้วยกัน คือ 1. สมัยตั้งเมืองที่ตำบลควนธานี (พ.ศ. 2354 - 2436) เมืองตรังเมื่อปี พ.ศ. 2345 เท่าที่ทราบจากหลักฐานทำเนียบเมือง นครศรีธรรมราช ว่าครั้งสมัย รัชกาลที่ 2 (สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ตั้งพระยาบริรักษ์ภูเบศร์ (น้อย) เป็นพระยานครศรีธรรมราช สืบแทนเจ้าพระยานคร (พัฒน์) และตั้งหลวงอุไภยธานีเป็นผู้พยาบาลเมืองตรัง หลวงอุไภยธานีเป็นบุตร เจ้าพระยานครฯ (น้อย) ในปี พ.ศ. 2354 ปรากฏจากทำเนียบกรมการเมืองตรังว่า หลวงอุไภยธานีได้เป็น พระอุไภยธานี โดยมีตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองตรังเป็นคนแรก และได้สร้างหลักเมืองตรังที่ควนธานี (ศาลหลักเมืองตรังที่ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง ปัจจุบัน) ห่างจากตัวจังหวัดปัจจุบันไปทางทิศใต้ 8 กม. 2. สมัยตั้งเมืองที่กันตัง (พ.ศ. 2436 - 2458) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองตรังเป็นครั้งแรก ทรงเห็นว่าเมืองตรัง (ที่ควนธานี) อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก โจรผู้ร้ายชุกชุม ตรงกันข้ามกับที่ตำบลกันตัง (ที่ตั้งเมืองกันตัง ในปัจจุบัน) ปรากฏว่า ได้กลายเป็นชุมชนใหญ่มีชาวจนไปอยู่กันมาก ประกอบอาชีพโดยการทำสวนพริกไทย สามารถส่งไปขายถึงเกาะหมาก (ปีนัง) จึงทรงมีพระราชปรารถว่า "เมืองตรัง ถ้าจัดการทำนุบำรุงให้ดีจะเป็นเมือง ที่มีประโยชน์มาก เพราะที่ดินอุดมสมบูรณ์ ควรแก่การเพาะปลูก" เจ้าเมืองตรังสมัยนั้นคือ พระยาบริรักษ์ภูเบศร์ ทรงแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ผู้ว่าราชการเมืองกระบุรี มาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองตรัง พ.ศ. 2433 เมื่อพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรังแล้ว ได้พิจารณาเห็นว่าที่ตั้งเมืองตรังที่ตำบล ควนธานีนั้นอยู่ห่างจากฝั่งทะเลมาก ไม่เหมาะกับการขยายความเจริญของบ้านเมือง จึงได้กราบบังคมทูลขอย้าย ที่ตั้งเมืองจากตำบลควนธานีไปตั้งที่ตำบลกันตัง ปี พ.ศ. 2436 ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระบรมราชานุญาต เมื่อย้ายตัวเมืองไปตั้งที่ตำบลกันตังแล้ว พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ก็ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาสร้าง ความเจริญเอนกประการให้แก่เมืองตรัง เช่น สถานที่ราชการ ตัดถนนเชื่อมระหว่างอำเภอและจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะการตัดถนนเชื่อมระหว่างเมืองตรังกับพัทลุงซึ่งต้องตัดผ่านภูเขาและต้องประสบความยากลำบากแต่ก็ทำ ได้ดี (ปัจจุบันนี้ถนนระหว่างจังหวัดตรังกับจังหวัดพัทลุงได้ปรับปรุงใหม่ บริเวณที่เป็นเขาพับผ้าถูกทำลาย ไปหมดแล้ว) นอกจากนี้ยังได้จัดวางผังเมืองใหม่เปิดการค้ากับต่างประเทศ โดยสร้างท่าเรือขึ้นที่กันตัง มีสะพาน ท่าเทียบเรือ ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ประทานนามว่า "สะพานเจ้าฟ้า" พยามยามนำแบบฉบับ การปกครองของต่างประเทศทั้งฝรั่ง จีน และมลายู มาใช้ผสมกับของไทย ดำเนินการพัฒนาบ้านเมืองและ เศรษฐกิจความเป็นอยู่ของประชาชน และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ได้นำพันธุ์ยางพาราจากแหลมมลายูมาปลูก ที่เมืองตรังเป็นแห่งแรกของประเทศ ได้แพร่หลายไปทั่วภาคใต้และภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยในขณะนี้ 3. สมัยตั้งเมืองที่ทับเที่ยง (พ.ศ. 2458 - ปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองตรัง (กันตัง) ขณะนั้น อยู่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ทรงมีพระราชดำริว่า การตั้งเมืองที่กันตังนั้นไม่ปลอดภัยจากอริราชศัตรู ประกอบกับอหิวาตกโรคกำลังระบาด กันตังเป็นกลุ่มมักเกิดโรคระบาดและยากแก่การขยายเมือง ทรงเห็นว่า ตำบลทับเที่ยง อำเภอบางรัก (อำเภอเมืองตรังในปัจจุบัน) มีลักษณะภูมิประเทศเหมาะสมที่จะตั้งเมือง จึงได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองจากตำบลกันตังไปตั้งที่ตำบลทับเที่ยง ซึ่งกลายเป็นที่ตั้งของจังหวัดตรังปัจจุบัน ตั้งแต่ พ.ศ. 2458 มาจึงถึงปัจจุบัน ที่มาของคำว่า "ตรัง" คำว่า "ตรัง" มีความหมายสันนิษฐานได้ 2 ทาง คือ 1. มาจากคำว่า "ตรัง" ซึ่งตามศัพท์แปลว่า ลูกคลื่น เพราะลักษณะพื้นที่ของจังหวัดตรังเป็นเนินเล็ก ๆ สูง ๆ ต่ำ ๆ คล้ายลูกคลื่นอยู่ทั่วไป 2. มาจากคำว่า "ตรังเค" ซึ่งภาษามลายูแปลว่า "รุ่งอรุณ" หรือ "สว่างแล้ว" เพราะสมัยก่อนชาวมลายูและชาวมัชฌิมประเทศ ที่เดินทางมาโดยทางเรือมาค้าขายกับไทย เมื่อเรือแล่นมาตามลำน้ำตรังพอมาถึงอำเภอกันตัง ก็เป็นเวลารุ่งอรุณพอดี พวกที่มาโดยเรืออาจจะเปล่งเสียงออกมาว่า "ตรัง เค" ดังกล่าวแล้ว แต่ที่มาของคำว่า "ตรัง" ทั้งสองประการนี้ เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้นไม่มีหลักฐานใด ๆ ยืนยันได้
|
|
ที่ตั้งและอาณาเขต
จังหวัดตรัง ตั้งอยู่ภาคใต้ของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ 828 กม. มีพื้นที่ประมาณ 4,941.439 ตร.กม. หรือประมาณ 3,088,399.375 ไร่ ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล และทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอควนขนุน อำเภอกงหรา และอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอคลองท่อม เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย
|
|
เขตการปกครอง
เขตการปกครองของจังหวัดตรังแบ่งออกเป็น 9 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอได้แก่
- อำเภอเมืองตรัง
- อำเภอกันตัง
- อำเภอปะเหลียน
- อำเภอย่านตาขาว
- อำเภอสิเกา
- อำเภอห้วยยอด
- อำเภอวังวิเศษ
- อำเภอนาโยง
- อำเภอรัษฎา
- กิ่งอำเภอหาดสำราญ
|
|
|